น้ำมันหอมระเหยกับหัวน้ำหอมต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนทำน้ำหอมแบรนด์

ภาพประกอบ: Unsplash (แหล่งภาพต้นฉบับ) · ภาพประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ผลงาน หรือความร่วมมือของ Vicky Perfume
คำตอบสั้น ๆ: น้ำมันหอมระเหยคือสารสกัดจากพืชด้วยวิธีเฉพาะ เช่น การกลั่นด้วยไอน้ำหรือการบีบเปลือกส้ม ส่วนหัวน้ำหอมคือส่วนผสมที่นักปรุงออกแบบ อาจมีทั้งวัตถุดิบธรรมชาติและสารสังเคราะห์ คำว่า ‘ธรรมชาติ’ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่าเสมอ เพราะน้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมีสารที่ก่อการแพ้ได้เช่นกัน
1. นิยามที่ใช้ในวงการ
มาตรฐาน ISO 9235 ให้นิยามน้ำมันหอมระเหยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวัตถุดิบพืชด้วยการกลั่นด้วยน้ำหรือไอน้ำ การกลั่นแห้ง หรือการบีบเชิงกลสำหรับเปลือกพืชตระกูลส้ม สารสกัดด้วยตัวทำละลาย เช่น absolute จึงไม่ใช่ essential oil ตามนิยามนี้ [1]
หัวน้ำหอมเป็นคำทางการค้า หมายถึงสูตรกลิ่นที่ผสมแล้วพร้อมเจือจาง อาจประกอบด้วยวัตถุดิบหลายสิบชนิด ทั้งน้ำมันหอมระเหย สารสกัด และโมเลกุลสังเคราะห์
2. ความคงที่ของกลิ่นระหว่างล็อต
น้ำมันหอมระเหยเปลี่ยนตามแหล่งปลูก ฤดูกาล และวิธีสกัด กลิ่นจึงต่างกันได้ระหว่างล็อต ส่วนโมเลกุลสังเคราะห์ที่มีสเปกชัดมักควบคุมความสม่ำเสมอได้ง่ายกว่า นี่คือเหตุผลหนึ่งที่สูตรเชิงพาณิชย์มักใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน
สำหรับแบรนด์ที่ต้องผลิตซ้ำ ควรเก็บตัวอย่างอ้างอิงของแต่ละล็อตไว้เทียบกลิ่นและสี
3. ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่แพ้
น้ำมันหอมระเหยมีสารอย่าง limonene และ linalool ซึ่งเมื่อสัมผัสอากาศอาจเกิดสารออกซิเดชันที่ก่อการแพ้ได้มากขึ้น งานวิจัยด้านผิวหนังรายงานว่า d-limonene ที่ถูกออกซิไดซ์มีศักยภาพก่อภูมิแพ้สูงกว่าที่ยังสด [2]
กฎหมายเครื่องสำอางสหภาพยุโรปกำหนดให้ระบุชื่อสารก่อภูมิแพ้กลุ่มน้ำหอมบนฉลากเมื่อเกินระดับที่กำหนด ไม่ว่าจะมาจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ [3]
4. ต้นทุนและการเลือกใช้
น้ำมันหอมระเหยบางชนิดราคาสูงมากและผันผวนตามผลผลิต ขณะที่หัวน้ำหอมช่วยสร้างกลิ่นซับซ้อนในงบที่ควบคุมได้ การเลือกจึงขึ้นกับจุดยืนแบรนด์ งบ และกลิ่นที่ต้องการ มากกว่าการตัดสินว่าแบบใดดีกว่าเสมอ
สรุป
เลือกวัตถุดิบจากโจทย์กลิ่น ความสม่ำเสมอ งบ และข้อมูลความปลอดภัย ไม่ใช่จากคำว่าธรรมชาติอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
น้ำหอมจากน้ำมันหอมระเหยล้วนติดทนกว่าไหม?
ไม่จำเป็น น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดเป็นโน้ตบนที่ระเหยเร็ว เช่น ส้ม ความติดทนขึ้นกับโครงสร้างสูตรทั้งหมด
น้ำหอมธรรมชาติปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือไม่?
ไม่อาจสรุปได้ ควรทดสอบและอ่านรายชื่อสารก่อภูมิแพ้ หากเคยแพ้ควรปรึกษาแพทย์
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- ISO 9235:2013 Aromatic natural raw materials — Vocabulary
นิยามน้ำมันหอมระเหยและวิธีสกัด
- Karlberg et al. Air oxidation of d-limonene (Contact Dermatitis, 1992)
การออกซิเดชันเพิ่มศักยภาพก่อภูมิแพ้
- Regulation (EC) No 1223/2009 on cosmetic products
ข้อกำหนดการแจ้งสารก่อภูมิแพ้บนฉลาก

