EDP EDT Parfum ต่างกันอย่างไร? ความเข้มข้นน้ำหอมที่ไม่ได้มีมาตรฐานเดียว

ภาพประกอบ: Unsplash (แหล่งภาพต้นฉบับ) · ภาพประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ผลงาน หรือความร่วมมือของ Vicky Perfume
คำตอบสั้น ๆ: Parfum, Eau de Parfum (EDP), Eau de Toilette (EDT) และ Eau de Cologne (EDC) บอกระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมโดยคร่าว ช่วงที่อ้างกันบ่อยคือ Parfum ราว 20% ขึ้นไป EDP ราว 15–20% EDT ราว 5–15% แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นธรรมเนียมทางการค้า ไม่ใช่มาตรฐานกฎหมายเดียวกันทั่วโลก
1. ชื่อเรียกบอกอะไร
ชื่อเหล่านี้บอกสัดส่วนสารให้กลิ่นที่ละลายในแอลกอฮอล์โดยประมาณ แหล่งความรู้ทั่วไปรายงานช่วงตัวเลขต่างกันเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนว่าแต่ละแบรนด์ตั้งเกณฑ์เอง [1]
ดังนั้น EDT ของแบรนด์หนึ่งอาจเข้มกว่า EDP ของอีกแบรนด์ได้ การเปรียบเทียบจึงควรดมจริงมากกว่าดูฉลาก
2. เข้มข้นขึ้นติดทนขึ้นเสมอไหม
ความเข้มข้นที่สูงขึ้นทำให้มีสารให้กลิ่นบนผิวมากขึ้น แต่ความติดทนขึ้นกับความระเหยง่ายของโมเลกุลในสูตรด้วย สูตรส้มสดที่ 20% อาจหายเร็วกว่าสูตรไม้และมัสก์ที่ 10%
สภาพผิว อุณหภูมิ และปริมาณที่ฉีดก็มีผล จึงไม่ควรสัญญาจำนวนชั่วโมงตายตัวโดยไม่มีการทดสอบสูตรนั้นจริง
3. เลือกความเข้มข้นให้แบรนด์
กลิ่นสดชื่นใช้กลางวันมักเหมาะกับความเข้มข้นปานกลาง ส่วนกลิ่นอบอุ่นหนักแน่นอาจใช้สูงขึ้น ความเข้มข้นมีผลต่อต้นทุนโดยตรง เพราะหัวน้ำหอมมักเป็นส่วนที่แพงที่สุดของสูตร
หากขายในไทย ฉลากต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่จดแจ้งเครื่องสำอางไว้ และไม่ควรใช้คำโฆษณาเกินจริงเรื่องความติดทน
สรุป
ชื่อ EDP หรือ EDT เป็นแนวทางคร่าว ๆ ตัดสินจากการทดสอบสูตรจริงจะแม่นยำกว่า
คำถามที่พบบ่อย
EDP ติดทนกี่ชั่วโมง?
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน ขึ้นกับสูตร ผิว และสภาพแวดล้อม
Parfum เข้มข้นที่สุดเสมอหรือไม่?
โดยทั่วไปใช่ในไลน์เดียวกันของแบรนด์ แต่เทียบข้ามแบรนด์ไม่ได้แน่นอน
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- Perfume — Concentration (Wikipedia)
ช่วงความเข้มข้นที่ใช้ทั่วไปและความไม่เป็นมาตรฐาน
- U.S. FDA: Fragrances in Cosmetics
ภาพรวมการกำกับดูแลน้ำหอมในเครื่องสำอาง

